ดาวเคราะห์

                    เวลาหัวค่ำมีดาวศุกร์กับดาวพฤหัสบดีเป็นดาวสว่าง 2 ดวง อยู่บนซีกฟ้าด้านตะวันตก ช่วงแรกดาวศุกร์อยู่ในกลุ่มดาวแพะทะเล วันที่ 12 มกราคม ย้ายเข้าสู่กลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ ดาวศุกร์จะผ่านไปทางทิศใต้ (ซ้ายมือ) ของดาวเนปจูนในค่ำวันศุกร์ที่ 13 มกราคม ด้วยระยะห่าง 1.1°

ค่ำวันเสาร์ที่ 28 มกราคม ดาวศุกร์อยู่ใกล้ดาวฟายคนแบกหม้อน้ำ (φ Aquarii) เป็นดาวฤกษ์โชติมาตร 4 ห่างกันประมาณ 6 ลิปดา โดยเข้าใกล้กันที่สุดราว 2-3 ลิปดา ก่อนดาวศุกร์ตกลับขอบฟ้า ตลอดเดือนนี้ดาวศุกร์มีขนาดปรากฏใหญ่ขึ้นจาก 12.9 ไปที่ 15.0 พิลิปดา สว่างเพิ่มขึ้นจากโชติมาตร –3.9 ไปที่ –4.1 พื้นผิวด้านสว่างลดลงจาก 83% ไปที่ 74%

ช่วงต้นเดือนมกราคม ดาวพฤหัสบดีออกจากกลุ่มดาวปลาเข้าสู่กลุ่มดาวแกะ ต้นเดือนดาวพฤหัสบดีตกลับขอบฟ้าในเวลาประมาณตี 2 ปลายเดือนตกลับขอบฟ้าราวเที่ยงคืน เดือนนี้ดาวพฤหัสบดีมีเส้นผ่านศูนย์กลางในแนวศูนย์สูตรลดลงจาก 43.3 ไปที่ 39.1 พิลิปดา ความสว่างลดลงจากโชติมาตร –2.6 ไปที่ –2.4

ดาวพุธยังคงอยู่บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืดต่อเนื่องมาจากเดือนธันวาคม ครึ่งแรกของเดือนสามารถสังเกตดาวพุธได้เหนือขอบฟ้าทิศตะวันออก เยื้องไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ อยู่ในทิศทางของกลุ่มดาวคนยิงธนู หลังจากนั้นดาวพุธจะเคลื่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้น ช่วงวันที่ 1-15 มกราคม ดาวพุธมีขนาดปรากฏเล็กลงจาก 5.7 ไปที่ 5.0 พิลิปดา ความสว่างเกือบไม่เปลี่ยนแปลงที่โชติมาตร –0.4 พื้นผิวด้านสว่างเพิ่มขึ้นจาก 80% ไปที่ 93%

ดาวอังคารอยู่ในกลุ่มดาวสิงโต จะเคลื่อนเข้าสู่กลุ่มดาวหญิงสาวในกลางเดือนมกราคม 2555 ต้นเดือนดาวอังคารมีมุมเงยเหนือขอบฟ้าทิศตะวันออก 10° ตั้งแต่เวลา 5 ทุ่มครึ่ง ปลายเดือนเริ่มเห็นได้ตั้งแต่เวลา 3 ทุ่มครึ่ง หรือหลังจากนั้นไม่นาน

โลกเคลื่อนที่เร็วกว่าดาวอังคารเนื่องจากมีวงโคจรอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่า ทำให้ในช่วงนี้ ซึ่งใกล้เวลาที่ดาวอังคารจะอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในอีก 2 เดือนข้างหน้า ผู้สังเกตบนโลกจะเห็นดาวอังคารเคลื่อนที่ถอยหลังเมื่อเทียบกับดาวฤกษ์ที่อยู่ไกลออกไป เริ่มถอยหลังตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม

เดือนนี้ดาวอังคารมีเส้นผ่านศูนย์กลางเชิงมุมกว้างขึ้นจาก 9.0 ไปที่ 11.7 พิลิปดา ความสว่างเพิ่มขึ้นจากโชติมาตร +0.2 ไปที่ –0.5 กล้องโทรทรรศน์กำลังขยายสูงน่าจะช่วยให้สังเกตเห็นน้ำแข็งที่ปกคลุมบริเวณขั้วเหนือของดาวอังคาร

ดาวเสาร์อยู่ในกลุ่มดาวหญิงสาว สังเกตได้บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืด ต้นเดือนดาวเสาร์ขึ้นมาที่มุมเงย 10° จากขอบฟ้าทิศตะวันออกในเวลาประมาณตี 2 ครึ่ง ปลายเดือนเริ่มเห็นได้ตั้งแต่เวลาประมาณเที่ยงคืนครึ่ง ตลอดเดือนนี้ขนาดปรากฏตามแนวศูนย์สูตรของดาวเสาร์เพิ่มขึ้นจาก 16.7 ไปที่ 17.6 พิลิปดา สว่างเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากโชติมาตร +0.7 ไปที่ +0.6

ดาวยูเรนัส (โชติมาตร +5.9) อยู่ในกลุ่มดาวปลา ดาวเนปจูน (โชติมาตร +8.0) อยู่ในกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ สังเกตได้ด้วยกล้องสองตาและกล้องโทรทรรศน์ในสถานที่และเวลาที่ท้องฟ้ามืดสนิท ไม่มีแสงรบกวน เวลาที่สังเกตได้ดีที่สุดคือเวลาที่ท้องฟ้าเริ่มมืดสนิทหลังสิ้นแสงสนธยา กลางเดือนมกราคม 2555 ดาวเนปจูนจะเคลื่อนต่ำลงจนมีมุมเงยต่ำกว่า 15°ในเวลาประมาณ 1 ทุ่มครึ่ง มีตำแหน่งอยู่ใกล้ดาวศุกร์ในคืนวันที่ 13 มกราคม 2555 ส่วนดาวยูเรนัสสามารถสังเกตได้จนถึงเวลาประมาณ 4 ทุ่ม แผนที่ตำแหน่งดาวยูเรนัสและดาวเนปจูน ดูที่ดาวเคราะห์ในปี 2555

ดวงจันทร์

คืนวันปีใหม่ ดวงจันทร์ทำมุม 90° กับดวงอาทิตย์ จึงเห็นดวงจันทร์สว่างครึ่งดวงอยู่สูงกลางท้องฟ้าเวลาหัวค่ำ ตกลับขอบฟ้าในเวลาประมาณเที่ยงคืนครึ่ง คืนวันจันทร์ที่ 2 มกราคม จะเห็นดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวพฤหัสบดีที่ระยะห่าง 7° จากนั้นค่ำวันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม ดวงจันทร์อยู่ห่างกระจุกดาวลูกไก่เพียง 3° ถัดไปอีกหนึ่งวัน ดวงจันทร์เคลื่อนไปอยู่ใกล้ดาวอัลเดบารันในกลุ่มดาววัวที่ระยะ 6° สว่างเต็มดวงในวันจันทรที่ 9 มกราคม

เวลาประมาณ 4 ทุ่มของคืนวันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม จะเห็นดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวหัวใจสิงห์ขณะขึ้นมาเหนือขอบฟ้าเป็นมุม 15° เช้ามืดวันเสาร์ที่ 14 มกราคม ดวงจันทร์สว่างค่อนดวงอยู่ใกล้ดาวอังคารที่ระยะห่าง 9° เช้ามืดวันจันทร์ที่ 16 มกราคม จะเห็นดวงจันทร์สว่างครึ่งดวงอยู่ใกล้ดาวรวงข้าวในกลุ่มดาวหญิงสาวที่ระยะห่าง 5° จากนั้นดวงจันทร์จะกลายเป็นเสี้ยว มีพื้นที่ด้านสว่างลดลงเรื่อย ๆ วันอังคารที่ 17 มกราคม ดวงจันทร์เคลื่อนไปอยู่ใกล้ดาวเสาร์ที่ระยะ 8°

เช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม เป็นวันสุดท้ายที่มีโอกาสเห็นจันทร์เสี้ยวอยู่บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืด เช้าวันนั้นดวงจันทร์มีตำแหน่งอยู่ในกลุ่มดาวคนยิงธนู โดยอยู่ต่ำใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออก เยื้องไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ วันจันทร์ที่ 23 มกราคม ดวงจันทร์เคลื่อนมาอยู่ในแนวระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ที่เรียกว่า “จันทร์ดับ” หรือ “เดือนดับ” ตรงกับวันตรุษจีน หรือวันที่ 1 เดือน 1 ตามปฏิทินจันทรคติจีน

พลบค่ำวันอังคารจะมีโอกาสเห็นจันทร์เสี้ยวอยู่ใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันตก คืนวันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม ดวงจันทร์เคลื่อนสูงขึ้นจนไปอยู่ทางขวามือของดาวศุกร์ที่ระยะห่าง 7° ดวงจันทร์และดาวศุกร์ตกลับขอบฟ้าเกือบพร้อมกันในเวลาประมาณ 3 ทุ่ม จากนั้นค่ำวันจันทร์ที่ 30 มกราคม ดวงจันทร์จะเคลื่อนไปอยู่ทางขวามือของดาวพฤหัสบดีที่ระยะห่าง 4° ตกลับขอบฟ้าเกือบพร้อมกับในเวลาประมาณเที่ยงคืน ดาวพฤหัสบดีและดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์ที่สว่างที่สุด เมื่อมีจันทร์เสี้ยวมาอยู่ใกล้ ๆ ในเวลาหัวค่ำ จะเป็นปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือนที่เด่นสะดุดตาบนท้องฟ้า

ข้อมูลจากสมาคมดาราศาสตร์ไทย